ประวัติกาแฟโมร็อกโกไม่ได้เริ่มต้นที่ไร่กาแฟ แต่เริ่มต้นที่ควันหอมๆ ลอยขึ้นจากเตาถ่านในตลาดเมดินาแห่งมาราเกช ท่ามกลางเสียงต่อรองราคา กลิ่นอบเชย กระวาน และขิง ที่ผสมกันจนกลายเป็นกลิ่นประจำเมือง เรื่องราวของกาแฟที่นี่คือเรื่องของเส้นทางการค้า ผู้คนที่เดินทาง และพิธีกรรมที่ส่งต่อกันมาหลายร้อยปี
กาแฟเดินทางมาถึงโมร็อกโกได้อย่างไร
กาแฟมีต้นกำเนิดในที่ราบสูงของเอธิโอเปีย ก่อนจะข้ามทะเลแดงไปยังเยเมน และแพร่กระจายไปทั่วโลกอาหรับผ่านกองคาราวานของพ่อค้าและผู้แสวงบุญ ราวศตวรรษที่ 16 กาแฟเริ่มเข้าสู่แอฟริกาเหนือผ่านเส้นทางการค้าข้ามทะเลทรายซาฮารา และผ่านเมืองท่าต่างๆ ตามชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน เมืองอย่างเฟซและมาราเกชซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญจึงได้รู้จักเครื่องดื่มสีเข้มชนิดนี้เป็นกลุ่มแรกๆ
ที่น่าสนใจคือโมร็อกโกไม่ใช่ประเทศผู้ปลูกกาแฟรายใหญ่ ภูมิอากาศแห้งและสูงของที่นี่ไม่เหมาะกับต้นกาแฟนัก กาแฟของโมร็อกโกจึงเป็นกาแฟของพ่อค้า คือเมล็ดที่นำเข้ามาแล้วคั่ว บด และปรุงด้วยวิธีเฉพาะตัว จนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ในช่วงแรก กาแฟถูกมองเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นสูงและนักปราชญ์ ผู้คนนั่งดื่มกันในบ้านที่มีลานกลางบ้านหรือที่เรียกว่าริยาด เพื่อสนทนาเรื่องบทกวี การค้า และชีวิต ก่อนที่ร้านกาแฟสาธารณะจะค่อยๆ แพร่หลายออกมาสู่ถนนและจัตุรัส
ตลาดเมดินาแห่งมาราเกช: หัวใจของรสชาติกาแฟเครื่องเทศ
เมดินาแห่งมาราเกชเป็นเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตอยู่จริง ตรอกซอกซอยแคบๆ คดเคี้ยวพาคุณผ่านร้านขายเครื่องเทศที่กองสีส้ม แดง และน้ำตาลสูงเป็นเนินเขาเล็กๆ ร้านกาแฟเก่าแก่ที่เสิร์ฟกาแฟพร้อมเครื่องเทศผสมเฉพาะสูตรของครอบครัว และจัตุรัสจามาเอลเฟนาที่คึกคักไปด้วยผู้คนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
วัฒนธรรมการผสมเครื่องเทศลงในกาแฟของที่นี่เกิดจากความเป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศโดยตรง เมื่อพ่อค้ามีอบเชย กระวาน ขิง และกานพลูอยู่ในมือทุกวัน การนำมาปรุงกับกาแฟจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ อบเชยให้ความหวานอุ่นโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลมาก กระวานให้กลิ่นสดเย็น ส่วนขิงให้ความร้อนเบาๆ ที่ปลายลิ้น ทั้งหมดนี้เสริมกันเป็นรสชาติที่ลึกและกลมกล่อมกว่ากาแฟดำธรรมดา
สำหรับชาวโมร็อกโก กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่มปลุกตัว แต่เป็นภาษาของการต้อนรับ การเสิร์ฟกาแฟให้แขกคือการบอกว่าเรายินดีที่คุณมาถึง และการได้ดื่มร่วมกันคือการเริ่มต้นสนทนาที่ไม่ต้องรีบร้อน
จากพิธีกรรมโบราณสู่ความทันสมัย
แม้โลกจะเปลี่ยนไป ร้านกาแฟสมัยใหม่ในคาซาบลังกาและราบัตเริ่มเสิร์ฟเอสเปรสโซแบบอิตาลี แต่กาแฟเครื่องเทศแบบดั้งเดิมยังคงอยู่ในบ้านและร้านเก่าแก่ ผู้คนยังคงบดเครื่องเทศสดใหม่ ยังคงดื่มช้าๆ ยังคงถือว่าการนั่งลงด้วยกันคือส่วนหนึ่งของรสชาติ
สิ่งที่ทำให้ประเพณีนี้ยืนยาวคือความเรียบง่ายของมัน ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ราคาแพง ขอเพียงกาแฟที่คั่วดี เครื่องเทศคุณภาพ และเวลาสักครู่ ซึ่งตรงกับวิถีของคนยุคใหม่ที่กำลังมองหาพิธีกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวันกลับคืนมา
สำหรับคนในประเทศไทย ความรู้สึกนี้ไม่ไกลตัวเลย เราเองก็มีวัฒนธรรมการต้อนรับด้วยเครื่องดื่มและอาหารอย่างอบอุ่น และมีความคุ้นเคยกับเครื่องเทศหอมอย่างกานพลู อบเชย และกระวานในอาหารและขนมมาช้านาน กาแฟอบเชยแบบโมร็อกโกจึงเข้ากับรสนิยมคนไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะดื่มร้อนในเช้าที่เชียงใหม่ หรือเปลี่ยนเป็นกาแฟเย็นในบ่ายร้อนๆ ที่กรุงเทพฯ
Brew It with SAFAR
SAFAR ถือกำเนิดจากการเดินทางของผู้ก่อตั้งที่ได้ลิ้มรสกาแฟเครื่องเทศในตลาดเมดินา แล้วอยากนำความรู้สึกนั้นกลับมาให้คนที่บ้าน Marrakesh Cinnamon Blend คือกาแฟอาราบิกาบดผสมอบเชย เริ่มต้นที่ ฿495 ให้กลิ่นหอมอุ่นและรสหวานธรรมชาติแบบที่คุณจะพบในมาราเกช วิธีชงง่ายๆ คือใช้กาแฟประมาณ 15 กรัมต่อน้ำร้อน 250 มิลลิลิตร จะชงแบบเฟรนช์เพรส พาวเวอร์โอเวอร์ หรือโมก้าพ็อตก็ได้ แล้วปล่อยให้กลิ่นอบเชยลอยขึ้นก่อนจิบคำแรก
หากต้องการความสะดวกยิ่งขึ้น Marrakesh Coffee Drip Bag เริ่มต้นที่ ฿60 ต่อซอง ฉีกซอง แขวนบนแก้ว เทน้ำร้อน แล้วคุณก็ได้กาแฟสไตล์มาราเกชภายในไม่กี่นาที เหมาะกับโต๊ะทำงาน ห้องพัก หรือกระเป๋าเดินทาง ในอากาศชื้นแบบเมืองไทย แนะนำให้เก็บกาแฟในภาชนะปิดสนิทและหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อรักษากลิ่นให้สดนานที่สุด สั่งได้เลยที่ safar.coffee จัดส่งทั่วประเทศไทย แล้วลิ้มรสความแตกต่างด้วยตัวคุณเอง