หลายคนที่เพิ่งรู้จักกาแฟอบเชยมักสงสัยว่ากาแฟอบเชยกับนมสดรสชาติเป็นอย่างไร คำตอบสั้นๆ คือ นมสดช่วยโอบกลิ่นเผ็ดอุ่นของอบเชยให้นุ่มลง ปล่อยความหวานธรรมชาติของกาแฟออกมา และได้ถ้วยที่กลมกล่อมคล้ายขนมอบหอมๆ ที่เพิ่งออกจากเตา ครับ วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าเพราะอะไร และจะทำให้ได้รสที่ใช่ที่สุดได้อย่างไร
กาแฟอบเชยผสมนมสดให้รสชาติแบบไหน

เมื่อชงกาแฟอบเชยแบบดำ คุณจะสัมผัสได้ถึงความสว่างของกรด กลิ่นเครื่องเทศที่ชัด และความฝาดบางๆ ท้ายคอ แต่เมื่อเติมนมสด ไขมันและน้ำตาลธรรมชาติในนมจะเข้าไปห่อหุ้มโมเลกุลกลิ่นของอบเชย ทำให้ความเผ็ดร้อนค่อยๆ ลดลง เหลือเพียงความหอมหวานอบอุ่นที่ไล่ไปตามลิ้น
สิ่งที่หลายคนประหลาดใจคือ อบเชยกับนมเป็นคู่ที่เข้ากันมาแต่โบราณ ลองนึกถึงขนมปังอบเชย ข้าวต้มนม หรือเครื่องดื่มร้อนในตลาดเมดินาของโมร็อกโก กลิ่นอบเชยจะช่วยเสริมความรู้สึกว่านมหวานขึ้น โดยที่ไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่มมากนัก นี่คือเหตุผลที่ Marrakesh Cinnamon Blend ซึ่งใช้เมล็ดอาราบิก้าคั่วกลางผสมอบเชยซีลอน ให้ผลลัพธ์ที่นุ่มละมุนเมื่อเจอนมสด
ในปากจะรู้สึกถึงเนื้อสัมผัสเนียนครีมมี่ ตามด้วยกลิ่นคาราเมลและช็อกโกแลตนมจากเมล็ดกาแฟ แล้วปิดท้ายด้วยความอุ่นของอบเชยที่ค้างอยู่เบาๆ ไม่แสบ ไม่ขม เป็นรสชาติที่ทั้งคนชอบกาแฟเข้มและคนที่ชอบแบบหวานนุ่มต่างก็หลงรักได้
เลือกนมให้ถูก เปลี่ยนรสกาแฟทั้งถ้วย
นมแต่ละชนิดให้ผลต่างกันมาก นมวัวสดแบบเต็มมันเนยเป็นตัวเลือกคลาสสิก เพราะไขมันสูงช่วยให้เนื้อกาแฟกลมและกลิ่นอบเชยนุ่มที่สุด ส่วนนมพร่องมันเนยจะให้ถ้วยที่เบากว่า รสกาแฟเด่นขึ้น และกลิ่นอบเชยชัดกว่า เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการความเลี่ยน
สำหรับสายนมทางเลือก นมโอ๊ตให้ความหวานธัญพืชที่เข้ากับอบเชยอย่างน่าทึ่ง นมอัลมอนด์เพิ่มมิติถั่วหอมๆ ส่วนนมถั่วเหลืองมีกลิ่นเฉพาะตัวที่อาจแข่งกับเครื่องเทศเล็กน้อย ถ้าเพิ่งเริ่มลอง เราแนะนำนมสดเต็มมันเนยหรือนมโอ๊ตก่อน แล้วค่อยไปทดลองชนิดอื่นครับ
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือความสดของนม นมสดพาสเจอร์ไรส์ที่เพิ่งเปิดใหม่จะให้รสหวานสะอาดกว่านมที่เปิดทิ้งไว้หลายวัน โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้นของเมืองไทย ควรเก็บนมในตู้เย็นเสมอ และใช้ให้หมดภายในเวลาที่แนะนำบนฉลาก
สัดส่วนที่ลงตัวและอุณหภูมิที่เหมาะสม
สัดส่วนเริ่มต้นที่เราแนะนำสำหรับกาแฟร้อนคือ กาแฟชงเข้มข้น 1 ส่วน ต่อนมอุ่น 2 ส่วน ซึ่งให้รสแบบลาเต้ที่กลมกล่อม หากชอบกาแฟเด่นกว่านี้ ลดนมลงเหลือ 1 ต่อ 1 จะได้รสแบบ คาเฟ่ โอเล ที่ยังเห็นกลิ่นอบเชยชัดเจน ส่วนใครชอบหวานนุ่มแบบคาปูชิโน ให้ลองฟองนมหนาขึ้นอีกนิด
อุณหภูมิของนมสำคัญมาก ควรอุ่นให้อยู่ที่ราว 60 ถึง 65 องศาเซลเซียส ร้อนกว่านั้นโปรตีนในนมจะเปลี่ยนรส ทำให้ได้กลิ่นไหม้และความหวานหาย ส่วนกาแฟที่ชงด้วยน้ำประมาณ 92 ถึง 94 องศา จะดึงกลิ่นอบเชยออกมาอย่างสมดุล ไม่ขมเกินไป
สำหรับกาแฟเย็นในวันที่กรุงเทพฯ ร้อนจัด ให้ชงกาแฟให้เข้มกว่าปกติเล็กน้อยเพราะน้ำแข็งจะละลายเจือจาง จากนั้นเทลงแก้วน้ำแข็งแล้วเติมนมเย็นตาม ถ้าต้องการความหวาน น้ำผึ้งหรือน้ำตาลมะพร้าวเข้ากับอบเชยได้ดีกว่าน้ำตาลทรายขาว
ทำไมอบเชยกับนมถึงเป็นคู่ที่ไม่มีวันเก่า
ในหลายวัฒนธรรม อบเชยและนมอุ่นเป็นเครื่องดื่มแห่งความสบายใจ ตั้งแต่ซาห์เลบของตะวันออกกลางที่โรยอบเชยบนนมร้อนหวาน ไปจนถึงชาไทยที่บางสูตรใส่เครื่องเทศหอมๆ ลงไป กาแฟอบเชยนมสดจึงไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่เป็นการต่อยอดความคุ้นเคยเก่าแก่เข้ากับกาแฟสเปเชียลตี้ยุคปัจจุบัน
สำหรับคนไทย เครื่องดื่มนี้ยังจับคู่กับของว่างได้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นขนมปังปิ้งเนยน้ำตาล โรตี หรือกล้วยทอดกรอบ กลิ่นอบเชยช่วยตัดความมันและเชื่อมรสหวานของขนมเข้ากับกาแฟได้อย่างกลมกลืน เป็นช่วงเวลาพักบ่ายที่เรียบง่ายแต่มีเรื่องราว
Brew It with SAFAR
วิธีง่ายที่สุดในการลองคือชงด้วยเครื่องที่มี หรือใช้ Marrakesh Coffee Drip Bag (เริ่มต้น ฿60 ต่อซอง) ที่สะดวกทั้งที่ออฟฟิศและที่บ้าน ใช้น้ำร้อนราว 150 มิลลิลิตรให้ได้กาแฟเข้มข้นพอดี จากนั้นเทลงในแก้วที่เตรียมนมอุ่น 200 มิลลิลิตรไว้แล้ว คนเบาๆ และโรยอบเชยป่นอีกนิดเพื่อกลิ่นหอมตอนยกดื่ม
หากชอบชงแบบจริงจัง ลอง Marrakesh Cinnamon Blend (กาแฟบด เริ่มต้น ฿495) ชงด้วยโมก้าพอตหรือเอโรเพรส เพื่อได้กาแฟเข้มข้นแล้วผสมนมตามสัดส่วนที่ชอบ เก็บถุงกาแฟให้ปิดสนิทและพ้นจากความชื้น เพราะอากาศเมืองไทยทำให้กลิ่นเครื่องเทศจางเร็วกว่าที่คิด สั่งเลยที่ safar.coffee จัดส่งทั่วประเทศไทย แล้วมาลองลิ้มรสด้วยตัวเองครับ